อุยเอี๋ยน มาสวามิภักดิ์เล่าปี่อีกครั้ง เมื่อครั้งที่ ฮองตง รบกับ กวนอู ตัวฮองตงแกล้งยิงเกาทัณฑ์พลาดเพื่อทดแทนบุญคุณกวนอู แต่กลับทำให้เจ้าเมืองคิดว่า ฮองตง เอาใจออกห่างจึงสังให้ประหารฮองตง ทำให้อุยเอี๋ยนไม่พอใจ นำพาทหารจับเจ้าเมืองฆ่า แล้วสวามิภักดิ์ต่อเล่าปี่ ซึ่งการมาสวามิภักดิ์ครั้งนี้ ทำให้ขงเบ้งไม่พอใจสั่งประหารอุยเอี๋ยน เพราะขงเบ้งคิดว่า "เป็นบ่าวกินข้าวนาย แต่ฆ่านาย เลี้ยงไว้จะเป็นภัย" แต่เล่าปี่ได้ห้ามไว้เพราะต้องการจะได้คนมีฝีมือมาใช้งาน แม้อุยเอี๋ยนจะมีฝีมือในการรบแต่ก็ไม่เคยเป็นที่วางใจเลยของขงเบ้ง ทั้งคู่มักโต้เถียงกันประจำในทางวางกลยุทธ์ และขงเบ้งมักให้หน้าที่อุยเอี๋ยนเป็นรองขุนพลคนอื่น ๆ เสมอ ๆ โดยเฉพาะตอนที่ยกทัพลงใต้ปราบเบ้งเฮ็ก ยังความไม่พอใจแก่อุยเอี๋ยนมาก แต่ยังไม่กล้าทำอะไรเพราะเกรงในสติปัญญาและบารมีของขงเบ้ง

        เมื่อถึงคราวขงเบ้งทำพิธีต่อชะตาอายุตนเอง ในคืนวันที่ 7 พิธีจวนจะสำเร็จแล้ว หากตะเกียงไฟไม่ดับไปเสียก่อน สุมาอี้ได้ใช้ให้กองสอดแนมแสร้งทำว่าจะโจมตี ก็เป็นอุยเอี๋ยนที่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามารายงานในกระโจม เป็นเหตุให้ลมพัดตะเกียงดับทันที เกียงอุยโมโหอุยเอี๋ยนมาก ชักกระบี่จะสังหารทันที แต่ขงเบ้งห้ามไว้ โดยบอกว่า เป็นชะตาข้าพเจ้าเอง ไม่เกี่ยวกับอุยเอี๋ยนหรอก ก่อนขงเบ้งจะตาย ได้สั่งเสียไว้หลายอย่าง และกล่าวกับหลายบุคคลว่า เมื่อเราตายไปแล้ว อุยเอี๋ยนจะเป็นกบฏ และได้วางแผนให้ที่จะกำจัดอุยเอี๋ยน โดยขณะที่ทัพจ๊กยกกลับเสฉวนนั้น เกียงอุยบอกว่า ขงเบ้งให้อุยเอี๋ยนเป็นกองหลัง ยังความไม่พอใจแก่อุยเอี๋ยนมาก จึงประกาศไม่เข้าร่วมกับทัพจ๊กอีกต่อไป โดยมีม้าต้ายแสร้งทำเป็นแนวร่วมด้วย อุยเอี๋ยนนำกำลังทหารทั้งหมดมาล้อม หมายจะตีเมืองฮันต๋ง เมื่อถึงเมืองก็พบ เกียงอุย และเต่งหงีเฝ้าเมืองอยู่ ทั้งสองได้อ่านจดหมายที่ขงเบ้งทิ้งไว้ก่อนตายและได้บอกกับอุยเอี๋ยนว่า "หากเจ้าเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วตะโกนว่า ผู้ใครกล้าฆ่าข้า 3 รอบ แล้วเจ้าไม่ตายก็ถือว่าเจ้าเป็นคนที่แน่จริง เราจะเปิดประตูยกเมืองให้แก่เจ้าทันที" เมื่อได้ทีอุยเอี๋ยนแหงนหน้าตะโกนขึ้นฟ้าด้วยความคะนอง 3 ครั้งว่า "ผู้ใดจะฆ่าข้า" ทันใดนั้น ม้าต้ายก็ที่ขี่ม้าขนาบข้างอุยเอี๋ยนตามแผนของขงเบ้งและตะโกนจากด้านข้างของอุยเอี๋ยนว่า "ข้าผู้มีฝีมือนี้ล่ะ ฆ่าเจ้า" อุยเอี๋ยนได้ยินแล้วก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก ถูกม้าต้ายฟันคอขาดทันที

บทความจาก : wikipedia.org