หลายคนฝันอยากจะรวยอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่ติดอยู่กับความคิดแบบเดิมๆที่ว่า ถ้าเริ่มต้นจากศูนย์ไม่มีต้นทุนอะไรคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำธุรกิจ ความคิดแบบนี้ทำให้เราย่ำอยู่กับที่ และฝันที่คิดไว้ก็ไม่สามารถกลายเป็นจริงได้ แต่รู้ไหมว่า เพียงแค่คุณเปลี่ยนความคิด ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไป ความคิดที่ว่านี้คือ ความคิดในทางบวก ลองมาฟังเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถเปลี่ยนความโชคร้ายที่เสมือนวิกฤต ให้เป็นโอกาสในชีวิตด้วยความคิดแง่บวกได้อย่างไร

เครดิตรูปจากเว็บไซต์ : kasikornbank.com

      คุณกรกนก สว่างรวมโชค หรือคุณป้อ เจ้าของธุรกิจรองเท้า Shuberry  ที่มีร้านกว่า 10 สาขาบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้เล่าถึงอดีตให้ฟังว่า ตั้งแต่เด็กต้องต่อสู้ชีวิตทำงานหาเงินด้วยตนเอง  จนกระทั่งวันหนึ่งจากที่เห็นเพื่อนใช้กระเป๋าแบรนด์เนมแต่แล้วหันมานิยมใช้กระเป๋าแฟชั่น จึงเห็นโอกาสที่จะสร้างรายได้จากธุรกิจนี้ แต่ติดที่ตัวเองไม่มีเงินทุนอะไรเลย แม้จะมีความรู้สึกทั้งกล้าและกลัวในการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ด้วยความคิดที่ว่าหากไม่เริ่มต้นในวันนี้ ก็ไม่สามารถมีอนาคตที่ดีในวันหน้าได้ เธอจึงพยายามคิดหาโอกาสอย่างไม่ย่อท้อ ด้วยการตระเวนรับออเดอร์ล่วงหน้าจากลูกค้าและนำยอดสั่งซื้อไปหาโรงงานที่ทำตัวอย่างสินค้าให้ฟรี เธอจึงมีตัวอย่างสินค้าไปนำเสนอลูกค้าโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ทำให้เพียงแค่ 6 เดือน ก็สามารถมีเงินแสนและนำเงินนั้นไปเปิดร้านได้อย่างที่ตั้งใจไว้

      จากธุรกิจกระเป๋า ก็เริ่มต่อยอดมาทำธุรกิจเสื้อผ้า และรองเท้าในร้านเดียวกัน โดยทำทั้งขายปลีกและขายส่งจึงทำให้รู้ว่าจุดเด่นในธุรกิจของเธอคือธุรกิจรองเท้า ที่ทำยอดในการขายส่งได้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีอะไรที่สามารถจะดีไปได้ตลอด เมื่อธุรกิจต้องมาเจอกับวิกฤติช่วงเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ทำให้ร้านแต่ละสาขาเกิดการแย่งยอดขายกันเอง และหากยังอยู่ที่เดิมอาจไม่พอค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ เธอจึงคิดขยายร้านออกไปที่อื่นเพื่อหาทางรอด วิกฤตที่ต้องเจอจึงกลายเป็นโอกาสที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของตนเองด้วยความคิดที่เป็นพลังบวกในการต่อสู้กับปัญหา จึงเกิดไอเดียธุรกิจร้านรองเท้า Shuberry ที่วางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แต่แล้วเหมือนความโชคดีในความโชคร้ายเมื่อเธอต้องเจอวิกฤตชีวิตอีกครั้งหนึ่งจากการประสบอุบัติเหตุที่ข้อเท้า ทำให้ต้องรักษาตัวและไม่สามารถหารองเท้าที่ใส่แล้วเดินได้โดยไม่เจ็บเท้า ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งที่จุดประกายความคิดให้เธอทำรองเท้าที่แก้ไขปัญหาให้ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่เท้า ให้สามารถมีรองเท้าที่รองรับอาการบาดเจ็บและเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพสำหรับคนทั่วไปได้ 

      จุดเปลี่ยนนี้เองจึงเกิดเป็นรองเท้าโซฟา ชูส์ (SOFA SHOES) ที่โดดเด่นด้วยการใช้ดีไซน์ของโซฟาให้กลายมาเป็นโซฟาสำหรับฝ่าเท้าที่ผลิตขึ้นมาพิเศษเพื่อรักษาโรครองช้ำและยังผสมผสานภูมิปัญญาไทยในการนวดฝ่าเท้าของไทย ที่แต่ละจุดสำคัญของฝ่าเท้าได้รับการออกแบบเข้าไปอยู่ในพื้นรองเท้าอีกด้วย จากความโชคร้ายที่นำมาซึ่งไอเดียในการทำธุรกิจนี้ ทำให้รองเท้าโซฟา ชูส์ จาก Shuberry ได้รับรางวัลนวัตกรรมจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นรองเท้าที่ช่วยนวดจุดสกัดป่วย จากรางวัลที่ได้รับทำให้เธอเป็นที่สนใจและได้รับการประชาสัมพันธ์ธุรกิจจากสื่อต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเม็ดเงินในการทำโฆษณาเลย จนปัจจุบัน Shuberry มีอยู่กว่า 10 สาขา ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และยังเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจนขยายสาขาไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

      คุณป้อ ได้ให้แง่คิดสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จว่า “ถ้าเราอยากสำเร็จ ต้องดูว่าคนที่ประสบความเร็จนั้น เขามีคุณสมบัติอะไร” และทางลัดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นมีจริง แต่จะเป็นจริงได้เราต้อง
     1. พัฒนาตนเองอยู่เสมอ                                                                                                                  
     2. หมั่นศึกษาหาความรู้                                                                                                         
     3. ช่างสังเกตเพื่อมองหาโอกาส

      เรื่องราวของคุณป้อถือเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจแต่มีต้นทุนชีวิตไม่มาก แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่านั้นคือ ความคิดบวกที่เป็นเสมือนพลังในการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามา จนนำมาซึ่งโอกาสและเป็นคุณสมบัติที่ช่วยเปลี่ยนวิกฤต และพลิกชีวิตจากคนที่ไม่มีอะไรเลยมาเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวันนี้


"Shuberry" เริ่มจากศูนย์สู่แบรนด์รองเท้าไทยโกอินเตอร์

เครดิตจากเว็บไซต์ : kasikornbank.com