การทำงานของอัลกอริทึม SHA-1 
           จะแบ่งข้อความต้นฉบับขนาดใดๆ ออกเป็นกลุ่มบิตหลายๆกลุ่มบิตที่มีขนาด 512 บิตเช่นเดียวกัน ในส่วนของการเสริมเต็มเพื่อให้มีจำนวนบิตของข้อความต้นฉบับโดยรวมเป็นจำนวน เท่าของ 512 จะมีวิธีการและขั้นตอนเหมือนกับอัลกอริทึม MD5 ทุกประการ เนื่องจากอัลกอริทึม SHA-1 จะสร้างค่าแฮชผลลัพธ์ขนาด 160 บิต ตัวแปรขนาด 32 บิตที่ใช้ในการคำนวณจึงมี 5 ตัว แปร คือ a, b, c, d และ f โดยในตอนเริ่มต้นของการคำนวณ จะมีการสร้างตัวแปร A, B, C, D และ E ขนาด 32 บิตขึ้น และมีการกำหนดค่าเบื้องต้นในรูปของเลขฐานสิบหก

           อัลกอริทึม SHA-1 จะประกอบไปด้วยรอบการทำงาน 4 รอบ แต่ละรอบจะมีการดำเนินการที่แตกต่างกัน 20 ครั้ง กล่าวคือ ฟังก์ชันที่ไม่เป็นเชิงเส้นของตัวแปร 3 ตัวที่ใช้ในการคำนวณหาค่าแฮชจะมีอยู่ 4 รูปแบบคือ ft (X ,Y, Z) = (X AND Y) OR ((NOT X) AND Z) , สำหรับ t = 0 ถึง 19

           แผนผังการดำเนินการ 1 รอบการทำงานของอัลกอริทึม SHA เมื่อดำเนินการครบ 20 รอบการทำงานแล้ว ค่าที่อยู่ในตัวแปร a, b, c, d และ e จะถูกบวกรวมกับค่าที่เก็บไว้ในตัวแปร A, B, C, D และ E ตามลำดับ จากนั้นอัลกอริทึม SHA-1 จะเริ่มการคำนวณหาค่าแฮชสำหรับกลุ่มบิตนำเข้าขนาด 512 บิตกลุ่มที่สองต่อไป ขั้นตอนการทำงานจะดำเนินไปในลักษณะนี้จนกระทั่งครบทุกกลุ่มบิตนำเข้า ค่าที่เก็บไว้ในตัวแปร A, B, C, D และ E ที่ได้เป็นครั้งสุดท้ายจะนำมาต่อรวมกันเพื่อสร้างค่าแฮชผลลัพธ์ขนาด 160 บิต